วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

ลิขิตพระสังฆราช นำไปสึกพระได้หรือไม่ ???

ทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องการนำพระลิขิตมาอ้างกันมากมาย

เรามาดูกันว่า พระลิขิต มีอำนาจอะไรบ้าง  
มีขอบเขตอย่างไร และทำอะไรได้บ้าง.......
                                                          
คำถาม

ขอบเขตอำนาจของพระสังฆราชอยู่ตรงไหน ? 
และบุคคลนำพระลิขิตไปกล่าวอ้าง

เพื่อ  สึกพระ  ได้หรือไม่






สังฆราชไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
คำตอบ


พระพุทธเจ้าตอนจะปรินิพพาน  ไม่ได้มอบให้ผู้ใดเป็นศาสดาแทน   
แต่ท่านให้ยึดพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนท่าน  ต่อมาภายหลังมีการตั้งตำแหน่งทางพระ ตั้งแต่พระสังฆราช, พระผู้ปกครองตามลำดับชั้นต่างๆ รวมถึงพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ก็เพื่อให้เป็นเครื่องมือช่วยดูแลคณะสงฆ์ ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ธรรมะวินัยจึงเป็นใหญ่ กฎระเบียบต่าง ๆ จะเป็นรอง  และจะต้องไม่ขัดแย้งต่อพระธรรมวินัย


  
อำนาจของพระสังฆราชและพระผู้ปกครองจะมี 2 ส่วนหลักๆคือ

สมเด็จพระญาณสังวร


1.อำนาจในการปกครอง เป็นอำนาจในการดูแลพระภิกษุและบุคลากร
   ในสังกัดของท่าน จะแต่งตั้ง โยกย้าย ก็ทำได้ในขอบเขตอำนาจนี้

2.อำนาจในการตัดสินความผิดพระ พระธรรมวินัย ไม่ได้มอบอำนาจ
   ให้ใครตัดสินควาผิดพระโดยลำพัง การตัดสินต้องทำเป็นองค์คณะ
   พิพากษา (แม้แต่จะบวชใครให้เป็นพระ ก็ต้องทำเป็นองค์คณะ  
   พูดได้ว่า พระธรรมวินัยไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้ใดผู้หนึ่ง  มีอำนาจ  
   ชี้ให้ใครบวช  หรือ ชี้ให้ใครสึก จะต้องทำเป็นองค์คณะเท่านั้น)






ดังนั้น  


การกล่าวอ้าง "พระลิขิต" 

มาตัดสินให้ใครปาราชิกจะทำไม่ได้
 

               
              
            อย่าว่าแต่ พระลิขิตที่เป็นตัวหนังสือ แม้ว่าพระสังฆราชจะพูดด้วยตัวท่านเองก็ยังเป็นความเห็น  ในสถานะที่ท่านเป็นหนึ่งในองค์ผู้พิพากษาในมหาเถรสมาคม  ถึงท่านจะเป็นประธานในมหาเถรสมาคม  แต่การตัดสินก็ต้องเป็นไปตามมติที่ประชุมของมหาเถรสมาคม ซึ่งเปรียบไปแล้วเหมือนกับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา (องค์คณะผู้พิพากษาสูงสุดในกฎหมายทางโลก) 


                                        ในทางปฏิบัติ การสึกของพระ  จะเห็นได้ใน 3 ทาง คือ
             1. ท่านมีความยินดีในเพศสมณะแต่เพียงเท่านั้น  ก็เปล่งวาจาสึก ไปใช้ชีวิตทางโลก
             2. กระทำความผิดพระธรรมวินัย  แล้วยอมรับ  ก็เปล่งวาจาสึกด้วยตนเอง ซึ่งจะอยู่ต่อหน้าพระผู้ปกครองรูปใดรูปหนึ่งก็ได้
             3. ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด  แต่พระภิกษุปฏิเสธว่าตนเอง ไม่ได้ทำความผิดก็ต้องตั้งคณะขึ้นมาสอบสวน  ถ้าผลออกมาว่าผิดจริง  ก็ถูกให้สึก  แต่ถ้าสอบสวนแล้วไม่ผิด ก็เป็นอันพ้นมลทิน

 
                    โดยนัยยะตามข้อ 3 นี้  ในทางคณะสงฆ์จึงได้มีกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องตามพระธรรมวินัยคือ โดยจะมีองค์คณะผู้พิพากษาตามลำดับชั้น ตั้งแต่ลำดับชั้นต้น จนไปถึงระดับสูงสุดคือ ที่ประชุมมหาเถรสมาคม



                                                                          สรุปได้ว่า 

    บุคคลจะนำ  พระลิขิตไปกล่าวอ้างเพื่อสึกพระ ทำไม่ได้




     

6 ความคิดเห็น:

  1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  3. สงสัยมาตั้งนานแล้ว เพราะเคยอ่านเจอมาว่า สมัยพุทธกาลเมื่อมีกล่าวหาว่าพระทำความผิด เมื่อพระพุทธเจ้าท่านทราบการกล่าวหานั้น ท่านก็จะให้ตั้งคณะขึ้นมาสอบสวน ทั้งๆที่ท่านเองย่อมรู้ด้วยญาณทัสนของท่านอยู่แล้วว่าความจริงเป็นอย่างไร ท่านก็ยังทำให้ดูเป็นแบบอย่าง เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติสืบต่อมา แต่นี่กลับมีคนมาแอบอ้าง ว่าเองเออเอง ทำให้สับสนวุ่นวาย

    ตอบลบ
  4. อ่านง่าย ชัดเจน เป็นลำดับขั้นตอนดี ขออนุโมทนาบุญด้วย ที่ทำความถูกต้องให้กระจ่างชัดเจน

    ตอบลบ
  5. สาธุค่ะ ได้ความรู้ กระจ่างค่ะ

    ตอบลบ
  6. แต่พวกที่มาแอบอ้าง มีแต่พวกไม่รู้จริง ใช้อคติ และการเกลี่ยดชั่งมาทำร้าย เพื่อความสะใจ และคนยุคนี้ไม่เข้าใจ เสพสือ เชื่อ ไม่ใช้สติ มันถึงวุ่นว่ายสับสน ทุกวันนี้

    ตอบลบ